รายละเอียดบทความ

ประวัติ CoCo CHANEL

 

     


ประวัติ COCO CHANEL

 

ไม่ ว่าใครจะชอบเสื้อผ้ายี่ห้อไหน หรือของใครเปรี้ยว ของใครสวย ของใครใหม่กว่ากัน  แต่บรรดาดีไซเนอร์ที่ล้วนเอ่ยชื่อมาทั้งหมด หรือ มิได้เอ่ยชื่อ ก็ล้วนแล้วแต่ เดินตามทาง  ของหญิงคนหนึ่ง เมื่อ 80 กว่าปีก่อน นาม Mademoiselle Chanel    นั่นหมายความว่า ไม่มีใครทำอะไรใหม่กว่า ทำอะไร

หากถามผู้หญิงสังคมคนใด คงมีน้อยคนที่ไม่รู้จัก brand ดังยี่ห้อ Chanel เพราะไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า หรือแม้แต่น้ำหอม ต่างเป็นที่นิยมในหมู่ผู้มีอัน..ทั้งหลาย เป็นที่น่าแปลกที่ Brandดังยี่ห้อ นี้อยู่คู่กายผู้หญิงบนโลกใบนี้มาเกือบ 100 ปีแล้ว (ใครจะเชื่อ) ด้วยการ Design ที่เน้นความเป็น Classic และ Elegant จึงทำให้ เสื้อผ้าของ Chanel ใส่ได้ทุกยุคทุกสมัยโดยไม่เคยตกยุค เลย...วันนี้มารู้จักความเป็นมาของ Designer ผู้โด่งดังคนนี้กันอย่างลึกขึ้นอีกเล็กน้อย

             

Coco Chanel หรือชื่อจริง Gabrielle Bonheur ดีไซเนอร์ แฟชั่นโลก ที่ชอบไข่มุก เป็นชีวิตจิตใจ จากแฟ้ม ประวัติดีไซเนอร์ กล่าวว่า เกิดในเมือง Saumur เมืองเล็กๆในประเทศฝรั่งเศส ปี 1883  แล้วตายเมื่อ 10 มกราคม 1971 อายุได้ 88 ปี  ด้วยฐานะทางบ้านที่ยากจน แม่เธอเสียชีวิตเมื่อเธออายุได้ 6 ขวบทิ้งเธอและพี่น้องอีก 4 คน ไว้กับพ่อ ซึ่งไม่นานพ่อของเธอก็หายตัวไป เธอถูกส่งไปอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในแคว้น Auvergne นั่นคือ สิ่งที่ผู้คนส่วนมากรับรู้เกี่ยวกับชีวิตในวัยเด็กของเธอ

                        

ชีวิตของ Coco Chanel  ผู้ใฝ่ฝันและทะเยอทะยาน เหมือนกับอีกหลายเรื่องราวหลากหลายผู้คนที่พวกเราเคยได้ยิน เธอเปลี่ยนชื่อเป็น Coco Chanel เมื่อเริ่มต้นอาชีพการเป็นนักร้องในช่วงสั้น ๆ ก่อนจะไปมีความสัมพันธ์ในฐานะ “ เมียน้อย ” กับ นายทหารผู้ร่ำรวย Etienne Balsan ผู้ซึ่งเป็น รักแรก เป็นผู้อุ้มชูชีวิตเธอ เป็นนายทุนให้เธอย้ายมาอยู่ที่ ปารีส สู่ Deauville และ Biarritz และได้เปิดร้านขายหมวกแห่งแรก ด้วยการสนับสนุนของชายผู้นี้

แต่ชีวิตไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น เมื่อเธอพบกับ Arthur Capel หรือ Arthur Boy  ชายหนุ่มผู้ร่ำรวยชาวอังกฤษ   ผู้ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็น คู่ชีวิต ด้วยการสนับสนุนของ Arthur   ทำให้กิจการของเธอเติบโต และเป็นที่รู้จัก จาก หมวก เป็น เสื้อผ้า จาก ปารีส 
                               
เธอเริ่มงานด้าน Fashion ที่ Shop เล็กๆ ในกรุงปารีส และเปิดกิจการ Couture เป็นของตัวเองครั้งแรกในปี 1914 เธอเป็นผู้ปฏิวัติ วงการแฟชั่น ด้วยการได้พบเห็น แฟชั่นโบราณ แบบเก่าๆของผู้หญิง ไฮโซ ใส่หมวกใบใหญ่ๆ เสื้อมีคลุ่ยวุ่นวาย มาเป็นการใส่ชุดแบบ ยูนิฟอร์มสีดำเท่ห์ๆ Coco นั้น เป็นชื่อเล่นของ Gabrielle Bonheur ที่เธอได้มาตอนอายุ 18 ปี จากการร้องเพลง ไม่ใช่ชื่อ แต่อ้อนแต่ออก ชีวิตวัยเด็ก เธอมีความยากลำบาก มากๆChanel หรือ Gabrielle "Coco" Chanel

เธอได้ออกแบบและตัดเย็บสูทสำหรับสตรีด้วย ผ้า wool jersey ซึ่งในเวลานั้นไม่มีใครคิดจะนำผ้าชนิดนี้มาตัดสูทใส้แก่ผู้หญิง กิจการของเธอต้องหยุดชะงั้กเนื่องจากสงครามโลกครั้งที่ 1 และเปิดอีกครั้งในปี 1919 ซึ่งในช่วงหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 นี้ เธอกลายเป้น Designer ชื่อดังที่มีแต่คนเข้ามา ไม่เว้นแต่การร่วมงานกับ นักศิลปะชื่อดังอย่าง Picasso, Diaghiley ,Cocteau หรือ Dancer ชื่อดังอย่าง Serge Lifar ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เธอดังขึ้นอย่างเป็นทวีคูณ ด้วยชุดกลางวันที่ดูเรียบงายแต่แผงไปด้วยความหรู ด้วยสี ขาว ดำ เบจ หรือ สีแดงกับสี pastels(สีเจอขาว)  

                         

Chanel ต้องปิดกิจการอีกครั้งเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 และหลบไปใช้ชีวิตทีประเทศสวิส เซอแลนด์ ช่วงปี 1939 8 ปีให้หลัง   หลังจากสงครามโลกเธอตัดสินกลับสู่วงการธุกิจเสื้อผ้าอีกครั้งด้วยวัย 70 ต้นๆ ในปี 1954  ผลงานของเธอในกระโปรงทรง New Look กับสายคาดเอว นำรายได้มหาศาลให้เธออีกครั้งหนึ่ง  หลังจากนั้น Jacket ไม่มีปกเสื้อบางเบาที่มีสายผูกบริเวณคอ กระโปรงสอบยาวแค่หัวเข่า รวมถึง การประดับไข่มุก และโซ่ทองในเครื่องแต่งกาย  ล้วนแล้วแต่เป็นที่นิยมอย่างสูงในสตรีไม่เว้นแต่ยุโรป

หากแต่ในอเมริกา และอีกหลายภูมิภาค นอกจากนี้ ช่วงปี 1922 Chanel ได้เริ่มสนใจในการผลิตน้ำหอม โดยเริ่มจาก   Chanel No. 5 เธอได้รับรางวัลมากมายและเป็นที่ไว้ใจในการดูแลเครื่องแต่งกายให้แก่สตรี ชั้นสูงหลายคน ไม่ว่าจะเป็นระดับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน หรือแม้แต่สตรีอันดับหนึ่งของสหรัฐอเมริกา   เธอจบชีวิตเมื่อวันที่ 10 มกราคม ปี 1971 ที่นครปารีส ประเทศฝรั่งเศส House of Chanel ยังคงดำเนินธุรกิจต่อในความดูแลของ Karl Lagerfeld แม้ว่าเธอจะเสียชีวิตไปกว่า 30 ปีแล้ว หากแต่สตรีใน ศตวรรษที่ 21 ก็ยังคงเลือก Chanel........

โคโค่ ชาเนล ผู้ปฏิวัติโลกแห่งแฟชั่นของหญิงสาว เธอมักปรากฏตัวในภาพถ่าย  โดยมือหนึ่งคีบบุหรี่ หรือไม่ก็ยืนอยู่หน้ากระจกเงาอันเลื่องชื่อ เธอปลดปล่อยผู้หญิงออกจาก กรงขัง แห่งร่างกาย.... คอร์เซต อันรัดรึงจนแทบจะหายใจไม่ออก กับ กระโปรงอันฟูฟ่องดั่งสุ่มไก่...

เธอประกาศกร้าวความเป็นอิสระแห่งเพศหญิง ท้าทาย  โดยไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด ๆ เธอกราดเกรี้ยวกับแฟชั่นที่กักขังผู้หญิงอยู่ในชุดอันรัดรึง พร้อมทั้งตั้งคำถามว่า   นี่หรือคือผลรางวัลสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ ผู้หญิงที่รอดมาจากพิษภัยสงครามอย่างนั้นหรือ...

“ ฉันสร้างแฟชั่นสำหรับผู้หญิงที่มีชีวิต ที่ยังหายใจอยู่ และรู้สึกสบายเมื่อสวมใส่สำหรับผู้หญิงที่ต้องไปทำงาน โยน คอร์เซต อันแข็งราวกับกระดูกทิ้งไป ไม่มีผู้หญิงคนไหนหรอกที่จะสามารถทำงานได้ ในขณะที่ถูกกักขังอยู่ในคอร์เซตอันรัดติ้วขนาดนั้น ”

 

    
เธอช็อกผู้คนด้วยการตัดผมบ็อบสั้น อาบแดดจนผิวเป็นสีแทน สวมหมวกเบเรต์ อย่างเก๋ไก๋ นี่คือการขบถต่อสิ่งที่ผู้หญิงฝรั่งเศสเป็นอยู่ ผมยาวเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของผู้หญิง แต่เธอกลับหั่นมันออกอย่างไม่ใยดี โคโค่ ชาเนล ปฏิเสธการแต่งตัวตามขนบนิยมแห่งความเป็นหญิง เธอแนะนำให้ผู้หญิงได้รู้จักกับเสื้อผ้าที่ใส่สบาย ดูเท่ เก๋ และมีสไตล์

เธอสร้างสไตล์ที่เป็นของตัวเอง สไตล์ที่ขบถต่อความเป็นผู้หญิง โคโค่ ชาเนล  หยิบยืมไอเดียในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นของเธอมาจากเสื้อผ้าผู้ชาย ดัดแปลงให้เป็นเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ ...



เธอทำให้ผู้หญิงรู้จักกับ Little Black Dress และเสื้อ คาร์ดิแกน  ที่สวมใส่สบาย และดูไม่เหมือนใคร จนเป็นเสมือนตัวแทนแฟชั่นของชาเนลไปแล้ว สูททรงตรง ผ้าเจอร์ซี กลายเป็น คอลเล็กชั่นคลาสสิกของเธอ เดรสยาวเพียงเข่าซึ่งเสมือนการเปิดให้เห็นข้อเท้าของผู้หญิงครั้งแรก

ไม่เพียงแค่นั้น เธอยังแนะนำกางเกงสำหรับผู้หญิง กางเกงซึ่งเป็นอาภรณ์ต้องห้ามสำหรับ ผู้หญิง ในยุคนั้น...

ไม่มีใครคิดว่า ผู้หญิงจะใส่กางเกงได้ แต่ โคโค่ คิดและทำ...
ไม่มีใครคิดว่า ผู้หญิงจะสวมใส่เดรสที่ทำจากผ้าสำหรับตัดกางเกงในผู้ชาย
แต่ โคโค่ คิดและทำ...
ไม่มีใครคิดว่า ผู้หญิงจะใส่เสื้อเชิ้ตผูกเนกไท แต่โคโค่ คิดและทำ ...

เธอคือ เจ้าของตำนานน้ำหอมอันเลื่องชื่อ ที่เป็นอมตะไม่มีวันตายอย่าง Chanel No. 5


สิ่งที่ โคโค่ ชาเนล สร้างไว้แก่วงการแฟชั่น ไม่ใช่เพียงสไตล์เสื้อผ้าที่หรูหรา มีสไตล์ไม่เหมือนใคร
แต่สิ่งที่เธอทำนั้น คือการพลิกความหมายของคำว่า แฟชั่นพลิกโลกสำหรับผู้หญิง สร้างกฏของเธอเอง กฏอันแสนเรียบง่ายแต่ทรงพลัง

แฟชั่นที่เดินไปถึงตัวผู้หญิงทุกคน ทุกหัวระแหง ทุกมุมของถนน เหมือนกับประโยคที่เธอกล่าวไว้ข้างต้น ...

แฟชั่นที่ไม่สามารถปรากฏตัวพร้อมกับผู้คนตามท้องถนน นั่นไม่ใช่ แฟชั่น อยากให้ดีไซเนอร์ไทย ดีไซเนอร์เทศ ได้อ่านจัง..

จะได้รู้ว่าไอ้เสื้อผ้าที่ออกแบบมาให้ผู้คนเดินถนนใส่ไม่ได้น่ะ ไม่ใช่แฟชั่นนะเธอ !!!

 

ด้วยเหตุนี้เองทำให้ผู้กำกับหญิงชาวฝรั่งเศส Anne Fontaine  สนใจประวัติชีวิตความเป็นมาของ Gabrielle Coco Chanel ว่าเหตุใด Chanel จึงสามารถรักษาระดับของแบรนด์ตัวเองให้อยู่้ยาวนานมาได้จนถึงทุกวันนี้

พอได้ศึกษาลงลึกยิ่งทำให้รู้สึกสนใจมากยิ่งขึ้น ว่าอะไรคือเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้ Coco Chanel ก้าวขึ้นมายืนเป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์สุดหรู ระดับไฮเอนด์ของฝรั่งเศสได้ ทั้งๆที่เธอโตมาจากเมืองเล็กๆในฝรั่งเศสเท่านั้น และไม่ได้รับการศึกษาสูงมากมาย ชีวิตของเธอต้องผ่านร้อนผ่านหนาวเจอผู้คนมาเยอะ จากการเริ่มงานในวัยสาวด้วยการเป็นนักร้องในคาบาเร่ต์ และชื่อนิคเนมว่า Coco ที่เราคุ้นหูกันดีนั้น มีที่มาจากการที่เธอ ได้ขับร้องเพลง “Who’s Seen Coco in the Trocadero” ในคาบาเร่ต์

สิ่งเหล่านี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ Anne Fontaine คิดที่จะสร้างหนังอัตชีวประวัติของCocoChanel เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ชีวิตความเป็นมา   และการต่อสู้ของผู้หญิงคนนึงว่า    กว่าจะได้มาเป็นแบรนด์โก้หรูในตำนานอย่าง Chanel ได้นั้น ตัวเธอเองต้องผ่านประสบการณ์อะไรมาบ้าง ตลอดจนวิธีคิดในการตัดสินใจ ณ ช่วงเวลานั้น ที่จะเลือกทางเดินให้กับชีวิตของตัวเอง


ที่มา จาก นิตยสาร Volume  หนังสือประวัติ

 

ผู้ลงบทความ : 4pluz1